วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บทคัดย่อ


รายงานการวิจัย            :     ศึกษาปัญหาและความต้องการในการพัฒนาการวิจัยสถาบัน ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1    
ลักษณะผลงาน            :      การวิจัยการปฏิบัติงานในหน้าที่
ผู้วิจัย                              :      นายเสวก วงษ์เจริญผล ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 จังหวัดตรัง                                                                             
ปีพุทธศักราช               :      2553

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อศึกษาความสนใจในการทำวิจัยสถาบันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1  2) เพื่อศึกษาระดับปัญหาในการวิจัยสถาบันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 3) เพื่อศึกษาระดับความต้องการในการพัฒนา การวิจัยสถาบัน ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาตรัง เขต 1 4) เพื่อเปรียบเทียบปัญหาในการทำวิจัยสถาบันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 ที่มีวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการบริหาร ขนาดของสถานศึกษา การศึกษาเกี่ยวกับสถิติการวิจัยสถาบัน การอบรมการทำวิจัยสถาบัน ประสบการณ์ในการทำวิจัยสถาบัน       5) เพื่อเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาการทำวิจัยสถาบันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 ที่มีวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการบริหาร ขนาดของสถานศึกษาการศึกษาเกี่ยวกับสถิติการวิจัยสถาบัน การฝึกอบรมการทำวิจัยสถาบัน ประสบการณ์ในการทำวิจัยสถาบัน 6) เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาเกี่ยวกับการวิจัยสถาบันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1  7) เพื่อศึกษาประโยชน์ของการวิจัยสถาบันตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรังเขต 1  โดยใช้การวิจัยเชิงสำรวจ  กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 จำนวน 112 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ หาค่าความสอดคล้องของแบบสอบถาม  หาร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ การทดสอบค่าที และค่าเอฟ ผลการวิจัยพบว่า
1.       ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานพื้นการศึกษาตรัง เขต 1 ส่วนใหญ่มีความสนใจในการทำวิจัยสถาบัน โดยมีความสนใจในการทำวิจัยสถาบัน กลุ่มบริหารงานวิชาการ กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มงานบริหารทั่วไป และ กลุ่มบริหารงานงบประมาณ โดยมีวัตถุประสงค์นำผลการวิจัยสถาบันไปใช้ เพื่อการบริหารสถานศึกษา  เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ในโรงเรียน  เพื่อเพิ่มความรู้และประสบการณ์ เพื่อใช้ในการเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการ ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 มีเหตุผลในการทำวิจัยสถาบัน เพื่อแกปัญหาต่างๆในโรงเรียน เพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ และเพื่อปรับปรุง การเรียนการสอน
2.       ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 มีปัญหาการวิจัยสถาบันโดยรวม อยู่ในระดับปานกลาง  ระดับปัญหาจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย คือด้านความรู้ ด้านแหล่งวิชาการ และ ด้านการสนับสนุน ด้านที่มีระดับปัญหาน้อยที่สุด ด้านวัสดุอุปกรณ์  วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการบริหาร ขนาดของสถานศึกษา การศึกษาเกี่ยวกับสถิติการวิจัยสถาบัน การอบรมการทำวิจัยสถาบัน ประสบการณ์ในการทำวิจัยสถาบันส่งผลต่อปัญหาด้านความรู้ ด้านแหล่งวิชาการ ด้านการสนับสนุน ในการทำวิจัยสถาบัน
3.       ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 มีความต้องการในการพัฒนาการวิจัยสถาบันโดยรวมอยู่ในระดับมาก ระดับความต้องการในการพัฒนาจากมากไปคือ ด้านแหล่งวิชาการ ด้านความรู้ และด้านการสนับสนุน  ด้านที่มีระดับความต้องการในการพัฒนาน้อยที่สุด คือ ด้านเวลา วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการบริหาร ขนาดของสถานศึกษา การศึกษาเกี่ยวกับสถิติการวิจัยสถาบัน การอบรมการทำวิจัยสถาบัน ประสบการณ์ในการทำวิจัยสถาบัน ส่งผลต่อความต้องการในการพัฒนาการวิจัยสถาบันในด้านความรู้ ด้านแหล่งวิชาการ ด้านการสนับสนุน ในการทำวิจัยสถาบัน
4.       การเปรียบเทียบระดับปัญหาในการทำวิจัยสถาบันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 พบว่า 1) ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี และสูงกว่าปริญญาตรี โดยรวมและรายด้านส่วนใหญ่ ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นปัญหาด้านวัสดุอุปกรณ์ ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสบการณ์ในการบริหาร สถานศึกษา ต่างกัน มีระดับปัญหาโดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน 3) ผู้บริหารสถานศึกษาที่บริหารสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกันมีปัญหาโดยรวมและรายด้านส่วนใหญ่ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยกเว้น ด้านความรู้ และด้านเวลา ไม่แตกต่างกัน
5.       การเปรียบเทียบระดับความต้องการในการพัฒนาการทำวิจัยสถาบันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 พบว่า 1) ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี และสูงกว่าปริญญาตรี โดยรวมและรายด้านมีความต้องการในการพัฒนาการวิจัยสถาบันไม่แตกต่างกัน 2) ผู้บริหารสถานศึกษา ที่มีประสบการณ์ในการบริหารสถานศึกษาต่างกัน โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน 3) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 ที่บริหารสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกันมีระดับความต้องการในการพัฒนาการวิจัยสถาบันโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และรายด้านส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกัน ยกเว้น ด้านวัสดุอุปกรณ์ และด้านเวลา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
6.       รูปแบบการพัฒนาเกี่ยวกับการวิจัยสถาบันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1 พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษามีความต้องการในการพัฒนาและรูปแบบการพัฒนาตามลำดับจากมากไปหาน้อย คือ จัดหาวิทยากรที่มีความรูความสามารถในการพัฒนาและจัดทำนวัตกรรมมาให้ความรูและทดลองปฏิบัติจริง  ฝึกการเขียนรายงานการวิจัยสถาบัน  ฝึกวางแผนและขั้นตอนการดำเนินงาน การวิจัยสถาบันในแต่ละขั้นตอน แนะนำวิธีการศึกษาเอกสารและทฤษฎีและงานวิจัยสถาบันที่เกี่ยวข้อง  ฝึกวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้ค่าสถิติหลากหลายรูปแบบ ทัศนศึกษาดูงานของสถานศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการจัดทำวิจัยสถาบัน  ฝึกวิเคราะห์ปัญหาในรูปแบบที่แตกต่างกันไป จัดหาเอกสารเสริมความรูและงานวิจัยสถาบันต่างๆมาให้บริการเพื่อสะดวกต่อการค้นคว้า  จัดประชุม/สัมมนาเชิงปฏิบัติจริงในระดับกลุ่มสถานศึกษา จัดทำใบงานหรือสถานการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวิจัยสถาบันนำมาใช้ฝึกทดลอง/ปฏิบัติจริงตามเงื่อนไขต่างๆ จัดประชุม/สัมมนาเชิงปฏิบัติจริงในระดับสำนักงานเขตพื้นที่ จัดประชุม/สัมมนาเชิงปฏิบัติจริงในระดับสถานศึกษา
7.       ประโยชน์ของการวิจัยสถาบัน 1) ผู้บริหารสถานศึกษามีความคิดเห็นว่า การวิจัยสถาบันมีประโยชน์ต่อการแก้ ปัญหาของสถานศึกษาในหลาย ๆ ประการด้วยกัน โดยความคิดเห็นที่มีความถี่สูงใน 5ลำดับแรก ได้แก่ สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ในสถานศึกษาได้ตรงจุด การพัฒนาสถานศึกษาให้ขับเคลื่อนโดยรูปแบบวิชาการบนพื้นฐานการวิจัย เป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ของสถานศึกษา พัฒนาการบริหารสถานศึกษาทั้งระบบ ทราบปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา ชุมชนมีความภาคภูมิใจในการจัดการเรียนการสอนของครู 2) ผู้บริหารสถานศึกษามีความคิดเห็นว่า การวิจัยสถาบันมีประโยชน์ต่อตัวผู้บริหารสถานศึกษาในหลาย ๆ ประการ โดยความคิดเห็นที่มีความถี่สูงใน 5 ลำดับแรก ได้แก่ ได้พัฒนาตนเองในวิชาชีพและวิทยฐานะ ใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการจัดการศึกษา ผู้บริหารได้รับการพัฒนาและพัฒนาตนเองในด้านการบริหาร มีหลักการ ทฤษฎี ในการบริหาร  เป็นผู้นำด้านวิชาการและเป็นที่พึ่งแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา สามารถกำหนดทิศทางในการบริหารได้ถูกทางใช้ในการเลื่อนวิทยฐานะ เป็นข้อมูลในการพัฒนาและปรับปรุงสถานศึกษาทั้ง 4 งาน ทำวิจัยเป็นและแก้ปัญหาได้  ใช้เป็นเครื่องมือ ในการบริหารจัดการ 3 ) ผู้บริหารสถานศึกษามีความคิดเห็นว่า การวิจัยสถาบันมีประโยชน์ต่อครู ในหลาย ๆ ประการ โดยความคิดเห็นที่มีความถี่สูงใน 5 ลำดับแรก ได้แก่ แก้ปัญหาการจัด การเรียนการสอน  พัฒนาการเรียนการสอน  ครูมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา ใช้ในการเลื่อนวิทยฐานะ  ใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน ปรับปรุงการเรียนการสอน  เป็นครูมืออาชีพ พัฒนาตนในวิชาชีพครู มีขวัญกำลังใจในการทำงาน 4) ผู้บริหารสถานศึกษามีความคิดเห็นว่า การวิจัยสถาบันมีประโยชน์ต่อนักเรียน ในหลาย ๆ ประการ โดยความคิดเห็นที่มีความถี่สูงใน 5 ลำดับแรก ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่สูงขึ้น  นักเรียนมีความสุขในการเรียน นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน นักเรียนได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานการศึกษา ได้รับการพัฒนาอย่างถูกทาง  5) ผู้บริหารสถานศึกษามีความคิดเห็นว่า  การวิจัยสถาบันมีประโยชน์ต่อวิชาชีพ ในหลาย ๆ ประการ โดยความคิดเห็นที่มีความถี่สูงใน 5 ลำดับแรก ได้แก่ ครู ผู้บริหารมีความก้าวหน้าในวิชาชีพ ที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถและวิทยฐานะ เพิ่มวิทยฐานะของบุคลากรวิชาชีพได้รับการพัฒนาเน้นการพัฒนาวิชาชีพให้ได้มาตรฐาน เป็นวิชาชีพที่เป็นที่ยอมรับของสังคม มีหลักฐานที่จะเสนอเป็นผลงานทางวิชาการ ประโยชน์ในการขอใบประกอบวิชาชีพ  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น